จัดพอร์ตลงทุนให้เหมาะกับอายุอย่างไร

หลังจากที่เราทำความรู้จักกับสินทรัพย์ลงทุนประเภทต่าง ๆ ในบทความตอนที่ 2 ไปแล้ว มาถึง Episode ที่ 3 นี้ ดร.พีรภัทร ฝอยทอง นักวางแผนการเงินส่วนบุคคล จะอธิบายถึงความสำคัญของการจัดพอร์ตลงทุน ว่าทำไมเราควรจัดพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง แล้วการจัดพอร์ตที่เหมาะกับแต่ละช่วงอายุนั้นต้องทำอย่างไร อายุน้อยเสี่ยงได้มาก อายุมากเสี่ยงน้อย ๆ jumbo jili การจัดพอร์ตขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละคน ต้องดูอายุด้วย ถ้าเพิ่งทำงานไม่กี่ปี อายุงานไม่เยอะ ตามทฤษฎีเขาบอกว่าคุณลงทุนเสี่ยงมากได้ เพราะถ้าคุณลงทุนแล้วคุณเจ๊ง ก็ยังมีโอกาสทำงานเก็บเงิน หาเงินมาใหม่ได้ แต่ถ้าคุณอายุเยอะแล้ว ไม่ควรลงทุนเสี่ยง เพราะหากคุณลงทุนไปแล้วเจ๊ง โอกาสที่จะทำงานเก็บเงินมันน้อยแล้ว อีกไม่กี่ปีคุณจะเกษียณ เพราะฉะนั้นคุณต้องลงทุนที่ความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ พอร์ตลงทุนที่ดี ควรปรับเปลี่ยนตามช่วงวัย สล็อต ดร.พีรภัทร ยกตัวอย่างการจัดพอร์ตลงทุนแบบง่าย ๆ พอเป็นไอเดียสำหรับคนที่ต้องการเริ่มลงทุน คนอายุน้อย ๆ 20 – 30 ปี เสี่ยงได้มาก อาจลงทุนในตราสารทุน 60 – 70 เปอร์เซ็นต์ เช่น กองทุนหุ้น หรือ จะซื้อหุ้นรายตัวก็ได้ อีกประมาณ 20…

Continue Reading

ภาษีดอกเบี้ยเงินฝากมา…บริหารอย่างไรดี ?

ภาษีดอกเบี้ยเงินฝากมา…บริหารอย่างไรดี ? จากประกาศที่สรรพากรประกาศมาตราการ “ภาษีดอกเบี้ยออมทรัพย์” อันจะทำให้ผู้ฝากเงินที่มีดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ “ทุกบัญชี” รวมกันเกินกว่า 20,000 บาท ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15%ต้องบอกว่ามาตราการนี้มีอยู่นานแล้ว คือ ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ทั้งปี ถ้าเกิน 20,000 บาท ธนาคารมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% แต่ว่า ท่าน”นักฝากเงิน” พยายามบริหารจัดการโดยไม่ให้เสีย jumbo jili ภาษีด้วยการกระจายหลายๆ บัญชี แต่เดิมที ถ้าดอกเบี้ยออมทรัพย์ ดูแล้วใกล้จะได้ถึง 20,000 บาท ก็จะเปิดบัญชีเพิ่มในธนาคารเดิม ทำให้ต่อบัญชีดอกเบี้ยออมทรัพย์ไม่ถึง 20,000 บาท แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สรรพากรบอกว่าเฮ้ย!! อย่างงี้ไม่ได้เป็นการเลี่ยงภาษี ก็ ให้ธนาคารพาณิชย์ รวมดอกเบี้ยเงินฝากในทุกๆ บัญชีของบุคคลคนเดียวกัน ถ้าเกิน 20,000 นั้นไซร้ ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายด้วย “นักฝากเงิน” ได้ทราบอย่างนั้นก็ไม่รอช้าไปเปิดอีกธนาคารนึง กระจายบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ไปหลายๆ ธนาคารโดยบริหารให้แต่ละธนาคารมีดอกเบี้ยรับไม่เกินกว่า 20,000 บาทแต่อนิจจามา พ.ศ.2562 ด้วยระบบ IT…

Continue Reading

ออมอย่างไร ? ให้มีเงินปันผลใช้เดือนละ 10,000 บาทตลอดชีพ

ออมอย่างไร ? ให้มีเงินปันผลใช้เดือนละ 10,000 บาทตลอดชีพสิ่งหนึ่งในเรื่องการลงทุนที่ทุกคนปรารถนา คือ “สักวันหนึ่งเราจะมีรายได้โดยไม่ต้องทำงานที่ xxxx บาทต่อเดือน” ก็จะเพียงพอ รู้สึกมั่นคง และพร้อมเกษียณ โดยมีกลิ่นไอของคำว่า “อิสรภาพ ทางการเงิน” อยู่ปลายจมูก รายได้ที่ไหลมาโดยไม่ต้องนั่งทำมาหากิน ซึ่งก็คือการมี Passive Income เพียงพอ ซึ่งถ้าจะเป็นอย่างนั้นได้เราต้องสร้างเครื่องจักรผลิตเงินสด ต้องออม ต้องสร้าง เพื่อให้ได้มา ถ้าโจทย์ คือ “สักวันหนึ่งเราจะมีรายได้โดยไม่ต้องทำงานที่ xxxx บาทต่อเดือน” ถ้า xxxx บาท ที่ว่าคือมีเงินไหลมาตกเดือนละ 10,000 บาทต่อเดือน หรือปีละ 120,000 บาท…คำถาม คือ… ต้องมีเงินต้นเท่าไหร่ ? เอาเงินต้นที่ว่าไปทำอะไรเพื่อก่อให้เกิดดอกผล เป็นเครื่องผลิตเงินให้คุณ ? jumbo jili โดยคำถามแรก ต้องมีเงินต้นเท่าไหร่ ? คำตอบก็หาได้ด้วยการเอาจำนวนดอกเบี้ยและเงินปันผลที่ต้องการ เป็นจำนวนบาทในแต่ละปี มาหารด้วยอัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะหาได้ต้องการเดือนละ 1 หมื่นบาท ก็ปี ละ 120,000 บาท ผลตอบแทนที่หาได้…

Continue Reading

กองทุนตราสารหนี้ ก็ขาดทุนได้นะ…รู้ยัง?

กองทุนตราสารหนี้ ก็ขาดทุนได้นะ…รู้ยัง?กองทุนตราสารหนี้ … สิ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ๆ … โอกาสขาดทุนน่ะเหรอ…? ไม่มี๊!!! แต่คุณรู้ไหมว่ากองทุนตราสารหนี้ก็มีโอกาสขาดทุนได้เหมือนกัน สาเหตุที่ผมหยิบยกเรื่องนี้มาพูดก็เพราะว่าช่วงเวลาที่คุณกำลังอ่านบทความอยู่ตอนนี้ ก็เป็นช่วงที่กองทุนตราสารหนี้หลายกองเริ่มขาดทุน เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ มันเป็นเรื่องปกติของการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ทุกประเภท ซึ่งก่อนจะไปดูว่าเกิดจากสาเหตุอะไร คุณต้องมาทำความเข้าใจเรื่องของตราสารหนี้กันก่อน jumbo jili หลักการ “ขึ้น-ลง” ของราคาตราสารหนี้สมมติว่าวันนี้คุณซื้อตราสารหนี้มา 100 บาท จ่ายดอกเบี้ย 1.50% ต่อปี และมีอายุตราสารฯ 3 ปี … เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี มีตราสารหนี้ออกใหม่ในตลาดจ่ายดอกเบี้ยที่ 2.00% ต่อปี และมีอายุตราสาร 2 ปี เท่ากับที่เหลืออยู่ของคุณ นั่นทำให้วันนี้ … หากคุณเอาตราสารหนี้ที่มีอยู่ในมือไปขายต่อให้คนอื่น คุณต้องยอมขายในราคาที่ต่ำกว่า 100 บาท เพื่อจูงใจให้คนอื่นมาซื้อไป เพราะหากขายที่ราคา 100 บาทเท่าทุน ใครจะมาซื้อล่ะ ? เพราะคนอื่น ๆ สามารถไปซื้อในตลาดแล้วได้ดอกเบี้ยตั้ง 2.00% กลับกัน … ถ้าผ่านไป 1 ปี…

Continue Reading

ทำไม “กองทุนรวม” จึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นลงทุน

ทำไม “กองทุนรวม” จึงเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นลงทุนเปิดข้อดีของการเลือก “กองทุนรวม” จุดเริ่มต้นความมั่งคั่งของนักลงทุนมือใหม่ใครๆก็อยากมีเงินเก็บ และมีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว แต่ปัญหาหนึ่งที่ใครต่อใครต่างประสบเช่นเดียวกันนั่นคือการไม่รู้ว่าจะเริ่มลงทุนอย่างไรดี โดยเฉพาะผู้เริ่มต้นทำงาน นักลงทุนหน้าใหม่ที่ยังไม่มีความรู้ในการลงทุนมากนัก ในบทความนี้ เราขอเสนอการลงทุนใน “กองทุนรวม” ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการริเริ่มลงทุน ทั้งนี้เพราะในภาพรวมแต่ละกองทุนจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้ แถมการเริ่มต้นยังใช้เงินเริ่มต้นไม่มากนัก ซึ่งจากนี้ไปเราจะมาอธิบายเพิ่มเติมว่า เหตุใดมันถึงเป็นเช่นนั้น jumbo jili ทำไมต้องกองทุนรวมสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ ควรต้องเข้าใจเสียก่อนว่า การลงทุนในกองทุน คือการรวบรวมเงินทุนจากนักลงทุนทั่วไป เพื่อรวมเป็นเงินก้อนขนาดใหญ่ แล้วนำเงินที่รวบรวมนั้นไปกระจายลงทุนตามนโยบายการลงทุนที่ได้ตกลงเอาไว้ ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการกองทุนซึ่งมีหน้าที่ลงทุนแทนเราตามนโยบายของกองทุนที่เราเลือกตามความเสี่ยงที่ตัวเองสามารถรับได้ ซึ่งกองทุนแต่ละกองจะได้ผลตอบแทนแตกต่างกันไปตามความเสี่ยง ประเภทกองทุน และสถานการณ์ตลาด โดยมีโอกาสได้รับผลตอบแทนตั้งแต่ 2-12% ต่อปี (ผลตอบแทนแต่ละปีจะแตกต่างกัน ตามประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน สภาวะตลาด และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง)เคยมีการรวบรวมตัวอย่างผลตอบแทนย้อนหลังที่เกิดขึ้นจริงของกองทุนประเภทต่างๆ พบว่า ผลตอบแทนในการลงทุนย้อนหลัง 10 ปี ของกองทุนที่มีความเสี่ยงต่างกัน หากแต่ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาวจะทำให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายมากกว่าการออมทรัพย์ธรรมดา ซึ่งนั่นคือเหตุผลแรกที่ผู้คนต่างนิยมใช้ “กองทุนรวม” เป็นเครื่องมือแรกๆสำหรับการเก็บออมและเริ่มลงทุนอย่างจริงจังเฉลี่ยลงทุนได้ สล็อต ในการซื้อ “กองทุนรวม” จะมีคำว่า “DCA” (Dollar-Cost Averaging) ซึ่งคือการตั้งระบบลงทุนแบบอัตโนมัติ เป็นงวดๆ งวดละเท่าๆ กัน ทุกเดือน และแต่ละเดือนก็สามารถเฉลี่ยซื้อในราคาไม่สูงนัก เช่น…

Continue Reading

สมาคมตราสารหนี้ฯ ยอมรับยอดระดมทุนหุ้นกู้ดิ่ง

สมาคมตราสารหนี้ฯ ยอมรับยอดระดมทุนหุ้นกู้ดิ่ง ทั้งปีหลุดเป้า 8 แสนล้าน สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เผยยอดออกหุ้นกู้ล่าสุดอยู่ที่ 6.7 แสนล้านบาท หวั่นทั้งปีชวดเป้า 8 แสนล้านบาท เหตุนักลงทุนระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น ธนาคารพาณิชย์แข่งกดดอกเบี้ยต่ำนางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชน (Credit Spread) ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่มีเรทติ้งต่ำกว่าระดับการลงทุน หรือต่ำกว่าระดับ BBB ลงไป สะท้อนถึงความเสี่ยงที่มากขึ้นของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ อย่างไรก็ดี ในเดือนล่าสุด (พ.ย.63) พบว่าหุ้นกู้ที่มีเรทติ้งค่อนข้างดี Credit Spread เริ่มปรับลดลง jumbo jili ทั้งนี้ มูลค่าการออกตราสารหนี้ของภาคเอกชน ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 6.7 แสนล้านบาท ปรับลดลงกว่า 40% จาก ณ สิ้นปี 2562 ที่มียอดออกหุ้นกู้กว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นยอดออกหุ้นกู้ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่บริษัทใหญ่หันไปใช้เงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์มากขึ้น เนื่องจากธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เพื่อดึงดูดลูกค้ารายใหญ่ ทดแทนลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดกลาง-เล็ก (SME) ที่มีความเสี่ยงมากกว่า สล็อต “สำหรับเป้าหมายการออกหุ้นกู้ปีนี้…

Continue Reading