สินทรัพย์การเงิน มีอะไรให้ลงทุนบ้าง

สินทรัพย์ที่สามารถใช้ลงทุนได้นั้น แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ 1) สินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Physical asset) เช่น ที่ดิน คอนโดมิเนียม งานศิลปะ นาฬิกา เครื่องประดับ กระเป๋า รถโบราณ และ 2) สินทรัพย์ทางการเงินซึ่งจับต้องไม่ได้ (Financial asset) ในส่วนของสินทรัพย์ทางการเงินนั้นสามารถแบ่งได้หลายประเภท ตามระดับความเสี่ยงและระดับของผลตอบแทนที่เป็นไปได้ ซึ่งระดับความเสี่ยงในที่นี้ หมายถึง โอกาสที่ราคาของสินทรัพย์ทางการเงินจะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงในแต่ละช่วงเวลา เช่น ราคาหุ้นที่ขยับขึ้นลงในแต่ละวันแต่ละสัปดาห์ส่วนระดับของผลตอบแทนที่เป็นไปได้ หมายถึง อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับหรือคาดว่าจะได้รับ เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ กำไรจากราคาหุ้น jumbo jili เงินสด มีความเสี่ยงต่ำมาก เราถือเงินไว้เท่าไร ถ้าปลวกมอดไม่กินไปเสียก่อน หรือไม่ทำหายไปเสียก่อน เราก็ยังมีเงินจำนวนนั้นอยู่แน่นอน แต่ความแน่นอนนั้น ก็ต้องแลกมาด้วยการที่จะไม่ได้รับผลตอบแทนใด ๆ เลย (ไม่มีใครใส่เงินสดไว้ในกระเป๋าสตางค์นิ่ง ๆ แล้ววันรุ่งนี้มีเงินเพิ่มได้เอง) แถมในระยะยาว เงินยังมีมูลค่าลดลงเรื่อย ๆ ตามราคาสินคาที่เพิ่มขึ้น เช่น เงินห้าสิบบาทเมื่อสิบปีที่แล้ว อาจจะซื้อข้าวแกงทานได้หลายวัน แต่เดี๋ยวนี้ มื้อเดียวยังแทบจะไม่ได้…

Continue Reading

High-Yield Bond กับผลตอบแทน

High-Yield Bond กับผลตอบแทนในสถานการณ์อัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างในปัจจุบัน นักลงทุนต่างหาสินทรัพย์ที่จะนำเงินไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่จะไปลงทุนในหุ้นสามัญก็มีความผันผวนสูง ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ลงทุน และยังต้องมาลุ้นอีกว่าจะมีผู้เช่าไหม หรือการลงทุนในทองคำ ก็ไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดออกมาได้อีก แล้วถ้าไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลล่ะ? ความเสี่ยงต่ำก็จริง แต่ผลตอบแทนที่ได้ก็น้อยเสียเหลือเกิน แล้วจะเหลืออะไรให้ลงทุนได้ละคราวนี้ แน่นอนครับ เมื่อมีความต้องการลงทุน ก็ยังมีกลุ่มคนที่ต้องการเงินทุนอยู่เช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นช่องทางให้เกิด ตราสารหนี้ jumbo jili ภาคเอกชน หรือ หุ้นกู้ เพื่อให้ธุรกิจสามารถระดมทุน จากประชาชนได้ และยังมีผลตอบแทนที่น่าสนใจอย่างมาก วันนี้เพียร์ พาวเวอร์จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับ High-Yield Bond ว่าตราสารหนี้ประเภทนี้ คือ อะไรครับ High-Yield Bond คือ อะไรHigh-Yield Bond คือ ตราสารหนี้ที่จ่ายผลตอบแทนในอัตราสูง นักลงทุนที่เห็นผลตอบแทนจากดอกเบี้ยของ High-Yield Bond อาจจะตาลุกวาวครับ แต่แน่นอน ผลตอบแทนที่สูงต้องมาคู่กับ ความเสี่ยงที่สูงเช่นกัน เพราะ High-Yield Bond เป็นหุ้นกู้ที่ถูกจัดอันดับตราสารออกมาต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ซึ่งครอบคลุมถึงหุ้นกู้ที่มีอันดับต่ำกว่า BBB- ลงไป และรวมถึงหุ้นกู้ที่ไม่ได้ถูกจัดอันดับตราสารด้วย ดังนั้น High-Yield…

Continue Reading

อะไรคือผลตอบแทน จากการลงทุนใน High-Yield Bond?

อะไรคือผลตอบแทน จากการลงทุนใน High-Yield Bond?ผลตอบแทนของหุ้นกู้ ไม่ว่าจะแบบไหน Investment Grade หรือ High-Yield Bond สิ่งที่ได้เป็นผลตอบแทนกลับมา คือ ดอกเบี้ย ครับ ซึ่งจะมีการกำหนดชัดเจนว่า หุ้นกู้ตัวนี้จ่ายดอกเบี้ยเท่าไหร่ ? ระยะเวลาเท่าไหร่ ? งวดการจ่ายเป็นแบบไหน ? อาจจะจ่ายเป็นราย 6 เดือน หรือ ทุก ๆ ปี จนกว่าจะครบกำหนดระยะเวลาของหุ้นกู้นั้น ๆ ก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่ระบุไว้ในสัญญา ทำให้ระหว่างที่ลงทุนผ่านหุ้นกู้ ทางนักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเป็น กระแสเงินสดที่ต่อเนื่อง จากดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด อย่างสม่ำเสมอ ครับ jumbo jili ผลตอบแทนในรูปแบบกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ มีความสำคัญยังไงกับนักลงทุนประโยชน์ของการมีผลตอบแทนที่เป็นเงินสดสม่ำเสมอ มีหลัก ๆ 3 ข้อครับ 1) สร้าง Passive incomeการที่ได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอจากการลงทุน ก็เหมือนกับเรามีรายได้โดยแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลย เหมือนให้เงินทำงานแทนเรา ลองคิดภาพง่ายๆตามนะครับ ว่า ถ้าเรามีเงินเย็น 5 ล้านบาท แล้วเราสามารถคัดเลือกหุ้นกู้จากบริษัทที่มีพื้นฐานของบริษัทดีทั้งผลประกอบการและสถานภาพทางการเงิน โดยผสมทั้งหุ้นกู้แบบ Investment Grade…

Continue Reading

ทางเลือก การลงทุนในตราสารหนี้

การลงทุนในตราสารหนี้ตราสารหนี้เป็นเครื่องมือที่สำคัญสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อกระจายการลงทุนจากสินทรัพย์อื่นและคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เนื่องด้วยตราสารหนี้มีคุณสมบัติที่สำคัญ คือ สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ เมื่อผู้ลงทุนที่ถือตราสารหนี้ที่ได้ซื้อจากบริษัทผู้ออกตราสารหนี้ในตลาดแรกมาแล้ว มีความต้องการจะขายตราสารหนี้ดังกล่าวสามารถทำได้โดยการขายในตลาดรอง (Secondary Market) โดยการซื้อขายจะเป็นลักษณะแบบ Over-the-Counter ที่เป็นการต่อรองโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ตราสารหนี้ไทยยังเป็นที่ต้องการของผู้ลงทุนต่างชาติด้วย ในปีที่ผ่านมามีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยสุทธิถึง 220,000 ล้านบาท jumbo jili การลงทุนในตราสารหนี้สามารถเรียกอีกอย่างได้ว่าการลงทุนในตราสารที่ให้รายได้ประจำ (Fixed-Income Instruments) เนื่องจากผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนดอกเบี้ย (Coupon) ที่แน่นอนจากตราสารหนี้ และได้รับอย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนด ผู้ลงทุนสามารถลงทุนในตราสารหนี้ด้วยการซื้อในตลาดแรก (Primary Market) ซึ่งหมายถึง การซื้อตราสารหนี้เป็นครั้งแรกจากผู้ออกโดยตรง หรือซื้อในตลาดรอง (Secondary Market) ซึ่งคือการเข้าไปซื้อจากผู้ที่ได้ถือครองตราสารหนี้ที่ออกมาแล้ว แต่ต้องเป็นตราสารหนี้ที่กำหนดให้สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดตราสารหนี้ได้ การลงทุนในตราสารหนี้ ผู้ลงทุนต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง โดยสิ่งที่ต้องรู้จักและเข้าใจคือผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งมีสองแบบหนึ่ง ผลตอบแทนในรูปอัตราดอกเบี้ย (Coupon) ที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรกเมื่อออกตราสารหนี้ ซึ่งผู้ออกจะจ่ายดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนด ตามเวลาที่ระบุไว้ เมื่อถือตราสารไปจนครบอายุไถ่ถอน ผู้ลงทุนได้จะรับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยงวดสุดท้าย สล็อต สอง กำไรจากส่วนต่างของราคา ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ลงทุนขายตราสารหนี้ที่ถืออยู่ออกไป ก่อนที่จะครบอายุ ซึ่งการทำกำไรจากส่วนต่างของราคานั้นผู้ลงทุนควรรู้จักและเข้าใจราคาของตราสารหนี้ก่อน ตราสารหนี้ก็เหมือนกับหุ้นที่ต้องมีมูลค่าที่ตราไว้ (Par value หรือราคาเริ่มต้น) หรือเรียกสั้นๆ ว่าพาร์ (Par) โดยปกติตราสารหนี้ในประเทศไทยจะกำหนดราคาพาร์ที่ 1,000…

Continue Reading

ตราสารหนี้ ทางเลือกในการระดมทุนและการลงทุน

ตราสารหนี้ ทางเลือกในการระดมทุนและการลงทุนตราสารหนี้ตราสารหนี้เป็นตราสารทางการเงินที่ใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุน โดยผู้ออกตราสารหนี้จะมีสถานะเป็น “ลูกหนี้” ที่กู้ยืมเงินจาก “เจ้าหนี้” หรือผู้ซื้อตราสารหนี้ที่มักจะเรียกกันว่า “ผู้ลงทุน” ในการออกตราสารหนี้จะมีการกำหนดอายุ วันชำระดอกเบี้ยและเงินต้น รวมถึงอัตราดอกเบี้ย (Coupon) ที่จะจ่ายให้ผู้ลงทุนตั้งแต่เวลาที่ออกตราสารหนี้ ตราสารหนี้ยังมีสภาพคล่องสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ โดยในประเทศไทยการซื้อขายจะผ่านตลาดตราสารหนี้ที่เป็นการซื้อขายโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายหรือที่เรียกว่า Over-the-Counter ตราสารหนี้สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท เช่นกรณีแบ่งตามประเภทผู้ออก สามารถแบ่งออกเป็น jumbo jili • ตราสารหนี้ภาครัฐ หมายถึง ตราสารหนี้ที่รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง หรือหน่วยงานภาครัฐ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ออก ได้แก่– พันธบัตร (Bond) ซึ่งจะมีชื่อเรียกตามผู้ออก เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศ หรือพันธบัตรการไฟฟ้าฝ่ายผลิต พันธบัตรรัฐวิสาหกิจบางแห่งได้รับการค้ำประกันจากรัฐบาลเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ– ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง เป็นผู้ออก• ตราสารหนี้ภาคเอกชน หมายถึง ตราสารหนี้ที่ออกโดยภาคเอกชนเพื่อระดมทุนไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ แต่ต้องผ่านการควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้แก่– หุ้นกู้ (Debenture)– ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange: B/E)ในต่างประเทศ Bond ใช้เรียกทั้งพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชน และบางกรณีใช้คำว่า…

Continue Reading

เร็วไปไหมถ้าจะซื้อกองทุน RMF?

สำหรับคนที่ต้องการลงทุนในระยะยาวเราก็ได้รู้จักกองทุน LTF จากบทความก่อนหน้ากันแล้ว บทความนี้เราจะชวนคุณมาวางแผนชีวิตหลังเกษียณต่อ บางคนอาจจะรู้สึกว่าการเกษียณเป็นเรื่องไกลตัว ยังไม่จำเป็นต้องรีบคิดก็ได้ แต่ถ้าเป้าหมายชีวิตของคุณต้องการมีเงินเก็บไว้ใช้จ่ายอย่างสุขสบาย มีความมั่นคงและไร้ความกังวลตอนบั้นปลายชีวิต การลงทุนในกองทุน RMF ถือเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างมากดังนั้น บทความนี้เราจะเจาะลึกเกี่ยวกับกองทุน RMF และทำไมคุณจึงควรลงทุนใน RMF ตั้งแต่ตอนนี้RMF คืออะไร? jumbo jili RMF (Retirement Mutual Fund) หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” เป็นกองทุนที่ส่งเสริมให้มีการออมเงินในระยะยาวเพื่อใช้จ่ายเมื่อเกษียณ นโยบายการลงทุนมีหลากหลาย คือสามารถลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท ไม่ใช่แค่หุ้นอย่างเดียว เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตลาดเงิน ตราสารหนี้เอกชน หุ้น หุ้นต่างประเทศ ทองคำ เป็นต้น มีความเสี่ยงตั้งแต่ระดับต่ำ-กลาง-สูง อีกเงื่อนไขที่สำคัญคือ จะต้องลงทุนใน RMF มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีและอายุครบ 55 ปี จึงจะขายคืนกองทุนออกมาได้ โดยไม่ผิดเงื่อนไขของการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงการออมเงินให้เห็นผล สิ่งที่สำคัญคือ “ความต่อเนื่อง” ดังนั้นไม่แปลกที่ RMF จะกำหนดให้ต้องลงทุนทุกปี (เว้นได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน) ยกเว้นปีใดที่ไม่มีรายได้ก็ไม่ต้องลงทุน (ซึ่งการนับระยะเวลาลงทุน 5 ปีจะนับเฉพาะปีที่มีการซื้อหน่วยลงทุนเท่านั้น)…

Continue Reading