ลงทุนกองทุนรวมต้องเข้าใจ NAV

NAV (Net Asset Value) หรือมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ คือ มูลค่าเงินลงทุนทั้งหมดของกองทุนรวม รวมถึงผลประโยชน์ต่างๆ ที่กองทุนรวมได้รับจากการลงทุน หักออกด้วยค่าใช้จ่ายและหนี้สินของกองทุนรวมนั้น โดยปกติแล้วจะทำการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนตามราคาตลาดในแต่ละวัน (Mark to Market) เพื่อให้สะท้อนถึงมูลค่าที่เป็นจริงตามสภาวะตลาดที่ได้เปลี่ยนแปลงไป jumbo jili บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) จะเป็นผู้คำนวณราคา NAV และเปิดเผยให้นักลงทุนและประชาชนทั่วไปทราบทุกสิ้นวันทำการ โดยจะประกาศเป็น “มูลค่าต่อหน่วยลงทุน” ให้เรารับทราบกัน ซึ่งมูลค่าต่อหน่วยลงทุนนี้อาจสูงขึ้นหรือต่ำลงก็ได้ แล้วแต่ภาวะการลงทุนในแต่ละวัน แล้ว NAV มีประโยชน์อย่างไร? สล็อต นอกจาก NAV จะแสดงถึง “มูลค่าที่แท้จริงของกองทุนรวม” แล้ว ยังแสดงถึง “ราคาซื้อ” หรือ “ราคาขายคืน” กองทุนรวมอีกด้วย โดยหากเราต้องการจะ “ซื้อ” ให้ดูราคาที่ช่อง “ราคาขาย” ในทางกลับกัน หากเราต้องการจะขาย ให้ดูที่ช่อง “ราคารับซื้อคืน” ซึ่งส่วนใหญ่ราคาขายจะสูงกว่าราคารับซื้อคืนประมาณ 0.0001 บาท และหากมีค่าธรรมเนียมการซื้อ ก็จะบวกเข้าไปในราคาขายด้วย แถม NAV ยังเป็นตัวเลขที่สะท้อนผลการดำเนินงานของกองทุนรวมที่ดีที่สุด เพราะการเปลี่ยนแปลงของ NAV จะทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบว่า……

Continue Reading

Warren Buffett กับการลงทุนด้วย ETF

Warren Buffett กับการลงทุนด้วย ETF“Warren Buffett” เคยให้คำแนะนำ “หลักการลงทุนแบบ 90/10” ผ่านจดหมายถึงผู้ถือหุ้นของ Berkshire Hathaway ไว้ว่า… ในวันที่เขาจากโลกนี้ไป สิ่งที่เขาต้องการให้ผู้ดูแลทรัพย์สินบริหารจัดการทรัพย์สินสำหรับภรรยาของเขาก็คือ “90% ลงทุนใน S&P500 Index Fund ที่มีค่าธรรมเนียมต่ำมาก และอีก 10% ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น”เพราะ Warren Buffett เชื่อว่าการลงทุนแบบนี้จะให้ผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีกว่าการลงทุนแบบอื่นที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงๆ ให้กับผู้จัดการกองทุน โดยหลักการที่ว่านี้ก็สอดคล้องกับรูปแบบการลงทุนผ่าน ETF หรือ Exchange Traded Fund นั่นเอง ซึ่งถือเป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนแบบ Passive หรือสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด jumbo jili ย้อนกลับไปเล่าถึงเหตุการณ์หนึ่งในปี 2007 Warren Buffett ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าดัชนี S&P 500 สามารถจะเอาชนะกองทุน Hedge Fund ได้ โดยให้ความเห็นว่า “ผู้จัดการกองทุน Hedge Fund เก่งๆ จะแพ้นักลงทุนมือสมัครเล่นที่มีความอดทน โดยการถือกองทุน ETF ที่มีค่าธรรมเนียมต่ำๆ อย่างดัชนี…

Continue Reading

ลงทุนอย่างไรให้ชนะเงินเฟ้อ

ลงทุนอย่างไรให้ชนะเงินเฟ้อเคยสงสัยกันหรือเปล่าว่า “ทำไมเงิน 100 บาท ซื้อของได้น้อยลงทุกปี” ทำไมข้าวกะเพราหมูสับราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ จากเมื่อ 20 ปีก่อน ราคา 25 บาท ปัจจุบันปี พ.ศ. 2564 ราคาขยับไป 50 บาท การที่ข้าวของราคาแพงขึ้นหรือเงินจำนวนเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง เป็นผลมาจากสิ่งที่เรียกว่า “เงินเฟ้อ” แสดงว่าเงินเฟ้อมีผลต่อมูลค่าของเงิน ดังนั้น จึงต้องหาวิธีเพื่อต่อสู้ให้ชนะเงินเฟ้อ jumbo jili ออมเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 0.25% ต่อปี ขณะที่ดอกเบี้ยฝากประจำ 24 เดือนอยู่ที่ประมาณ 0.5 – 1% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร) ซึ่งน้อยกว่าเงินเฟ้อในระยะยาวค่อนข้างมาก แสดงว่าถ้ายังคงตั้งใจออมเงินในรูปแบบของเงินฝากอย่างเดียวจะไม่สามารถสร้างผลตอบแทนเพื่อชนะเงินเฟ้อได้ ลงทุนในหุ้นรายตัวการเลือกลงทุนในหุ้นรายตัวต้องศึกษาข้อมูลของบริษัทที่สนใจให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน ไม่ว่าจะเป็นบริษัททำธุรกิจอะไร การแข่งขันเป็นอย่างไร มีอะไรสินค้าและบริการ มีกลยุทธ์แบบใด รวมถึงงบการเงินเป็นอย่างไร และอื่น ๆ เพื่อประเมินมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน สล็อต และถึงแม้หุ้นจะมีความผันผวนและความเสี่ยงสูง แต่ก็เป็นทางเลือกเพื่อให้ชนะเงินเฟ้อ ด้วยการเลือกหุ้นที่มีความปลอดภัยสูงและเน้นลงทุนระยะยาว โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า หากลงทุนในหุ้นไทย 10 ปี (พ.ศ. 2553…

Continue Reading

สัญญาณทางเศรษฐกิจสำคัญ ที่ส่งผลต่อการลงทุน

สัญญาณทางเศรษฐกิจสำคัญ ที่ส่งผลต่อการลงทุนก่อนตัดสินใจลงทุน นักลงทุนอาจใช้วิธีรอดูข้อมูล รอดูสถานการณ์ก่อนว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วค่อยตัดสินใจ ขณะที่อีกหลายคน อาจใช้วิธีมองภาพรวมทางเศรษฐกิจและคาดการณ์อนาคต ว่าจะส่งผลอย่างไร จากนั้นจะวิเคราะห์เพื่อหาโอกาสในการลงทุนต่อไปการมองหรือคาดการณ์ไปในอนาคตนั้น ข้อมูลสำคัญที่ควรพิจารณา คือ ตัวบ่งชี้หรือสัญญาณทางเศรษฐกิจ (Economic Indicator) เพื่อที่จะวิเคราะห์และพยากรณ์แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจในอนาคตได้ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน โดยการวิเคราะห์แบบบนลงล่าง (Top Down Approach) คือ เริ่มจากการมองภาพรวมทางเศรษฐกิจลงมาสู่ภาพรวมอุตสาหกรรม และลงมาที่บริษัทหรือหุ้นรายตัว GDP Growth RateGDP (Gross Domestic Product) เป็นดัชนีชี้วัดผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ที่บอกถึงการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศในแต่ละปีว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใด โดยหาก GDP เป็นบวก หมายความว่า เศรษฐกิจภาพรวมเติบโตขึ้นจากปีก่อน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี ขณะเดียวกัน หาก GDP เป็นบวก แต่เป็นบวกที่น้อยลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แสดงว่า เศรษฐกิจมีการเติบโต แต่เติบโตในระดับที่ช้าลงเรื่อยๆ jumbo jili ในทางกลับกัน หาก GDP ติดลบ หมายความว่า เศรษฐกิจโดยภาพรวมมีการหดตัวจากปีก่อน บ่งบอกถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศนั้นหยุดชะงักหรือชะลอตัวจะเห็นได้ว่า GDP คือ ค่าที่ใช้วัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงมีความสำคัญต่อนักลงทุนและการเคลื่อนย้ายเงินลงทุน เพราะไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายเล็กหรือรายใหญ่…

Continue Reading