Fox เตรียมเปิดตัวบริษัทสร้าง NFT และซีรีย์ทีวีบน Blockchain

Fox เตรียมเปิดตัวบริษัทสร้าง NFT และซีรีย์ทีวีบน Blockchain

Fox บริษัทสื่อและความบันเทิงชื่อดัง กำลังจะเปิดตัว Blockchain Creative Labs ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับ non-fungible token ( NFT) และ “Krapopolis” ซีรีส์แอนิเมชั่นที่ใช้บล็อคเชน Krapopolis ที่กำลังจะออกมา เป็นซีรีส์แนวตลกที่สร้างโดย Dan Harmon ผู้สร้างภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์แอนิเมชั่นจากเรื่อง Rick and Morty โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลมนุษย์ เทพเจ้า

jumbo jili

และสัตว์ประหลาด ที่มีข้อบกพร่อง และพยายามบริหารเมืองแรกของโลกโดยไม่ต้องฆ่ากัน” ซีรีย์เรื่องนี้ผลิตโดย Bento Box Entertainment บริษัทในเครือของ Fox สำหรับธุรกิจ NFT นั้น Fox จะเปิดตัวตลาดสำหรับ Krapopolis ซึ่งจะนำเสนอสินค้าดิจิทัลหลากหลายประเภท ตั้งแต่ NFT ที่มีทั้งตัวละคร ภาพพื้นหลัง และ GIF ไปจนถึงโทเค็นที่ออกแบบมาเพื่อตอบแทนแฟน ๆ ที่มีส่วนร่วมกับบริการ Fox ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจ NFT มากนัก รวมถึงเครือข่ายบล็อคเชนที่วางแผนจะใช้ในการสร้างและขาย NFT ทางด้าน Charlie Collier ซีอีโอของ Fox Entertainment ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันจันทร์ว่า “วันนี้อาจจะยังไปไหนไม่ไกล แต่ในฐานะบริษัทที่มุ่งเน้นการโฆษณา และผู้หลงใหลในแอนิเมชั่น Fox กำลังจะพาผู้คนเข้าสู่โลกของโทเค็นที่ขับ

สล็อต

เคลื่อนด้วยบล็อกเชน รวมถึง NFT ด้วย” เขากล่าวว่า “และซีรีส์ของ Dan ที่มีชื่อว่า Krapopolis จะเป็นครั้งแรกที่ได้รับการดูแลจัดการทั้งหมดบนบล็อกเชน และเช่นเดียวกับที่เราทำสิ่งนี้สำหรับแอนิเมชั่นของเราเอง เราจะช่วยให้แบรนด์เชื่อมต่อกับแฟน ๆ และผู้ที่ชื่นชอบได้โดยตรงผ่าน NFTs ” NFT เป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครบนบล็อคเชน โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของ The Block เผยว่า ปริมาณผู้ใช้และธุรกรรมรายสัปดาห์ทั้งหมด ได้ลดลงจากจุดสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ก็มีโอกาสเติบโตอย่างมากในอนาคตเช่นกัน

จริงหรือไม่ ? NFT ตัวเดียวสามารถจ่ายไฟให้กับครัวเรือนในยุโรปได้นานถึง 45 วัน

การเติบโตล่าสุดของโทเค็นที่ไม่สามารถมีซ้ำกันได้ NFT ได้มาพร้อมกับการโต้เถียงและความกังวลเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพลังในการคำนวณที่จำเป็น จากประเภท

สล็อตออนไลน์

ของการทำธุรกรรมทั้งหมดบนบล็อกเชน NFT นั้นถือว่าเป็นประเภทที่มีความเข้มข้นมากที่สุด เนื่องจากมันมักเกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่ซับซ้อนเป็นจำนวนมากและมีการดำเนินการตามสัญญา Smart contract ไม่ว่าจะเป็นในขั้นตอนการสร้างเหรียญ, การเสนอราคา, การขายและการโอน บางครั้งสิ่งนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงต้นทุนการทำธุรกรรมที่มากกว่าธุรกรรมธรรมดาหลาย 100 เท่า ในอดีตที่ผ่านมา ผลกระทบของความกังวลดังกล่าวนั้นมีน้อยมาก อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาศิลปินและแพลตฟอร์มบางส่วนเริ่มยกเลิกแผนการ NFT ของเขา โดยนาย Joanie Lemercier ศิลปินดิจิทัลได้ยกเลิกการประมูล Nifty Gateway ครั้งที่สอง หลังจากเขาเริ่มตระหนักถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากยอดขายบนแพลตฟอร์มดังกล่าว : “ปรากฎว่าผลงาน CryptoArt ทั้ง 6 ชิ้น

jumboslot

ของผมใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่าสตูดิโอทั้งหมดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา” ในเดือนธันวาคมปี 2020 นาย Memo Akten ศิลปินและวิศวกรด้านคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาแพลตฟอร์มชื่อ CryptoArt.wft ซึ่งจะคำนวณการใช้พลังงานและการปล่อย CO2 ของ NFT บนแพลตฟอร์ม SuperRare, Nifty Gateway หรือการทำธุรกรรมใด ๆ บน Ethereum ตามเว็บไซต์ NFT ข้างต้นบน SuperRare ได้ใช้พลังงานทั้งหมด 421 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งเป็นพลังงานที่เทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของผู้ที่อยู่อาศัยในสหภาพยุโรปเป็นเวลา 45 วัน อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ นาย Akten ได้แบ่งปันลิงก์การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของเขาที่เสริมว่าการทำธุรกรรม NFT โดยเฉลี่ย 1 รายการใช้พลังงานประมาณ 340 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม Nifty Gateway ได้ตอบสนองต่อข้อกังวลของศิลปิน

slot

Lemercier โดยออกมาระบุว่าการปรับขนาด Layer2.0 บน Ethereum จะสามารถใช้งานได้ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์และสิ่งนี้จะช่วยลดผลกระทบจาก CO2 ในวันนี้ได้ถึง 99% ทางด้าน SuperRare ก็ได้มาเขียนบทความเพื่อตอบสนองต่อปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมบางประการ โดยระบุว่าการคำนวณต้นทุนในการทำธุรกรรมสำหรับ NFT นั้นเป็นแนวทางที่ไม่ถูกต้องเนื่องจากต้นทุนโดยรวมของ Blockchain ยังคงเท่าเดิมแม้ว่าจำนวนธุรกรรมจะเพิ่มขึ้นก็ตาม “กล่าวอีกนัยหนึ่งคือหากทุกคนหยุดพักจากการใช้แอป Ethereum และไม่มีการทำธุรกรรมใด ผู้ที่ต้องการลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการตัดสินใจ

Tagged , ,