ภาคต่ออันสุดแสนจะโกลาหลของ Blockchain

แน่นอนว่าเราไม่ได้มาพูดถึงสกุลเงินดิจิทัลกันในบทความนี้ แต่เราจะมาพูดถึง NFT (Non-Fungible Token) ที่ทำให้เกิดพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งที่ฟังดูแล้วน่าแปลกใจมากๆ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา อย่างการที่แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Twitter ได้ออกมาประกาศขายทวีตอันแรกของตัวเองในรูปแบบ NFT, สุดยอดมีมคลาสสิกแห่งศตวรรษที่ 21 อย่าง Nyan Cat ก็สามารถถูกขายออกไปด้วย NFT เช่นกัน หรือวงการค้ายีนตัวการ์ตูนแมวอย่าง Cryptokitties ที่ทำกำไรกันเป็นล่ำเป็นสันผ่านกระบวนการ NFT ส่งผลให้เว็บออนไลน์แนวคอลเลกชันทั้งหลายผุดตามกันมาเป็นดอกเห็ด หลังจากที่เว็บแนวหน้าอย่าง Cryptokitties ได้กรุยทางและเบิกเนตรในวงการ NFT ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า มันเวิร์กและมีคนเอาเงินจริงมาลงในการตลาดที่ฟังเผินๆ แล้วเหมือนจะโคตรไร้สาระนี้จริงๆ

jumbo jili

ทั้งหมดทั้งมวลนี้คงจะทำให้คุณผู้อ่านกุมขมับกันเลยใช่ไหมล่ะครับ ว่ามันจะขายของที่จับต้องไม่ได้ในโลกดิจิทัลที่สามารถคัดลอกกันบานเบอะแบบนี้ได้ยังไง ใครนึกไม่ออกขอให้จินตนาการถึงเกมชื่อดังจากค่ายจีนที่ข้อมูลหลุด ถ้าคุณไม่แคร์ stat ในเกม ตัว CG ก็มีปล่อยในโลกอินเทอร์เน็ตให้คุณได้อภิรมย์กับมันอยู่แล้วมิใช่หรือ คุณค่าในโลกแห่งความเป็นจริงกับ Microtransaction (การจ่ายเงินในเกม) จึงมักจะแตกต่างกันมากจนบางครั้งก็เทียบกันไม่ได้เลย หากความต้องการนั้นเปลี่ยนไป
ก่อนที่เราจะเปิดประตูสู่โลกใบใหม่อันแสนจะโกลาหลในนามของ NFT ทุกคนต้องเข้าใจก่อนว่า ทำไมบล็อกเชนถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับมันอย่างชัดเจนขนาดนี้

ย้อนไปดูบล็อกเชนกันก่อน
ด้วยความที่บล็อกเชนโดยรากฐานของมันมีความสามารถในการป้องกันการปลอมแปลง และสร้างระบบที่บันทึก Block อันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นมาได้ ซึ่งยากมากๆ ต่อการทำซ้ำ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีกลุ่มคนที่ ‘ประยุกต์’ เอาเทคโนโลยีชนิดนี้มาใช้ควบคุมผลิตภัณฑ์ดิจิทัลต่างๆ ให้มีเอกลักษณ์ในแบบที่ปลอมแปลงไม่ได้เหมือนกัน จินตนาการว่าคุณติด tag ให้สินค้าแล้วไม่มีใครสามารถปลอม

สล็อต

tag ที่ว่านี้ในเชิงดิจิทัลได้เลย ซึ่งหมายความว่าถึงจะมีคน copy สินค้าไป paste ก็ไม่มีทางที่จะเอาความเป็น ‘ต้นฉบับหรือสถานะ’ ของสินค้านั้นไปได้ เพราะระบบบล็อกเชนสามารถแยกออกได้เลยว่าแต่ละ block นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร ผ่านกระบวนการคำนวณทางคณิตศาสตร์อันซับซ้อนในรูปของ Proof of work หรือ Proof of stake

ดังนั้นคุณค่าหรือมูลค่านั้นจึงถูกย้ายมาโฟกัสที่ tag มากกว่าตัวสินค้าเอง เหมือนกับคุณเป็นเจ้าของงานศิลปะในโลกแห่งความเป็นจริง ที่ต้องมีหน่วยงานและองค์กรพร้อมกับทีมผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายมาช่วยกันตรวจสอบให้ชัวร์ว่าไม่ได้ถูกปลอมแปลงขึ้นมา เพื่อการยืนยัน Authenticity และ Ownership หรือความเป็นเจ้าของของชิ้นงานนั้นๆ นั่นเอง แต่ระบบบล็อกเชนทำลายความสามารถในการก๊อปวางของโลกดิจิทัลในมุมมองของความเป็นเจ้าของได้ทันที เพราะในเมื่อ chain ทั้งหมดมันสามารถตรวจสอบตัวเองได้ การก๊อปที่นำเอาต้นฉบับไปไม่ได้ก็หมายความว่า Authenticity ของสินค้านั้นยังอยู่ไม่ต่างจากโลกแห่งความเป็นจริง ถ้าจะสรุปให้ง่ายขึ้นก็คือระบบสามารถแยกของแท้ที่มีเพียงหนึ่งเดียวออกจากของก๊อปเกรดเอล้านตัวที่ทำซ้ำได้เป็นอนันต์ในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีภายในโลกดิจิทัลได้นั่นเอง

สล็อตออนไลน์

ถ้าคุณเป็นคน ‘เจน’ โลกด้านนี้แล้วล่ะก็ เป็นไปได้ว่าคุณน่าจะมองเห็นช่องทางทำธุรกิจแล้วแน่ๆ เลยใช่ไหมล่ะครับ ทีนี้เราก็พร้อมกันแล้วที่จะไปศึกษา NFT กันแล้วล่ะครับว่ามันต่างจากบล็อกเชนปกติขนาดไหนกันเชียว

อะไรคือ NFT กันแน่
ในโลกเศรษฐศาสตร์และความเป็นจริงของจักรวาลที่เราอาศัยอยู่นั้น ไม่มีสิ่งใดเลยที่ทำซ้ำขึ้นมาได้เหมือนกันแบบเป๊ะๆ ทุกอย่างล้วนแตกต่างกันในระดับที่เล็กที่สุดหรือไม่ก็ด้วยตัวแปรที่เราคุ้นชินกันอย่าง ‘เวลา’ ที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้นั่นเอง นี่ทำให้ของสองสิ่งที่มีมูลค่าเท่ากันไม่ได้หมายความว่ามันเหมือนกันทั้งหมด

เพื่อไม่ให้ชีวิตเรายุ่งยากเกินไป มนุษย์จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับความแตกต่างของสิ่งของส่วนใหญ่ ตราบใดที่มูลค่าที่แลกเปลี่ยนนั้นเท่าเดิม เราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า ‘Fungible’ ความสามารถในการแลกเปลี่ยนได้ ทดแทนได้นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่นเงินตราอันเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนของเรา ธนบัตรแต่ละใบและเหรียญแต่ละเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นล้วนมีเอกลักษณ์รวมถึงข้อแตกต่างกันทั้ง

jumboslot

นั้น แถมยังถูกแยกด้วยหมายเลขซีเรียลเพื่อป้องกันการปลอมแปลง แต่มนุษย์เราส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แคร์อยู่ดี เพราะอย่างแบงก์พันไทย ไม่ว่าจะใบไหนๆ ก็มีมูลค่าหนึ่งพันบาทเท่าเดิมอยู่ดี เช่นเดียวกับสินค้าทั่วๆ ไปอีกมากมายที่หากมีคุณสมบัติที่ทดแทนกันได้ ‘เอกลักษณ์’ ของสินค้าหรือวัตถุนั้นก็จะไม่ใช่สิ่งที่มีผลกระทบต่อมูลค่าเลยแม้แต่น้อย

แน่นอนว่ามันมีข้อยกเว้น ยกตัวอย่างเช่น ผมมีภาพวาดโมนาลิซาชื่อดังจากฝีแปรงลีโอนาร์โด ดา วินชี ที่เหมือนกันเป๊ะเลยอยู่สองรูปยันระดับอะตอม รูปหนึ่งเป็นของแท้ร้อยล้านเปอร์เซ็น พึ่งดึงออกมาจากผนังพิพิธภัณฑ์ลูฟจากฝรั่งเศสแบบสดๆ ร้อนๆ ส่วนอีกรูปหนึ่งผมใช้กระจกก๊อปปี้ของโดราเอมอนสร้างขึ้นมา ถามว่ามูลค่ามันจะเท่ากันไหม คำตอบคือไม่ (ถ้าคนซื้อไม่โดนหลอกนะ) เพราะคุณค่านั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้า แต่อยู่ที่ความเป็นมา ประวัติศาสตร์ และเอกลักษณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวและต้นฉบับของสิ่งนั้นนั่นเอง วงการของสะสมไม่ว่าจะเป็นสแตมป์หายาก งานศิลปะ ธนบัตรและเหรียญที่ระลึก (ซึ่งขัดหลักการของเงินทั่วๆ ไปก่อนหน้า), การ์ดและของเล่น รวมไปถึงโมเดลสารพัดสารเพล้วนมีมูลค่ามาจากความ Authentic เป็นหลักทั้งสิ้น เราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า Non-Fungible หรือสิ่งที่ทดแทนกันไม่ได้นั่นเองครับ

slot

NFT (Non-Fungible Token) จึงเป็นการนำเอาเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ผมอธิบายไปข้างต้นมาใช้ในการระบุและสร้างเอกลักษณ์ให้สินค้าในโลกดิจิทัล จนมันไม่สามารถทดแทนกันได้ ทั้งที่สามารถถูกก๊อปแล้วก๊อปอีกไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยการยืนยันเอกลักษณ์นั้นไม่ได้ใช้เพียงแค่เพื่อความปลอดภัยเหมือนสกุลเงินดิจิทัลอย่างบิตคอยน์ (ซึ่งเป็น Fungible ไม่ต่างจากเงินตราทั่วไป) แต่ทำให้สินค้าดิจิทัลไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนก็ตามกลายเป็นของที่แลกเปลี่ยนหรือทดแทนกันไม่ได้ (Non-Fungible) ไปโดยปริยาย โดยผูกติดเอาไว้กับชุดข้อมูล NFT (เป็นการส่งผลให้ราคาสามารถพุ่งปรี๊ดทะลุเพดานไปด้วยหลักเศรษฐศาสตร์ที่อ้างอิงจากโลกแห่งความเป็นจริงในบางกรณี) ซึ่งถ้าใครยังคิดอยากจะก๊อปข้อมูลของสินค้า NFT ล่ะก็ ไม่เพียงแค่จะต้องเจาะการเข้ารหัส 256 Bits ให้ได้เท่านั้น แต่ต้องปลอมบล็อกเชนทั้งเส้นและรันต่อไปให้ได้ด้วย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติ ยกเว้นว่าคุณจะคุมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ประมวลผลทุกเครื่องในจักรวาลเอาไว้ได้

ในตอนนี้ระบบ NFT ส่วนใหญ่ยังคงใช้สกุลเงิน Ethereum (ETH) เป็นโครงสร้างหลัก โดยเฉพาะในการซื้อขายและแลกเปลี่ยนสินค้าครับ แต่ไม่แน่ว่าถ้าตลาดบูมมากไปกว่านี้ เราอาจจะได้เห็นบล็อกเชนระบบใหม่ๆ ที่ยึดกับระบบสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ สำหรับใช้ร่วม NFT ก็ได้ บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด

Tagged , ,